
Materials Science Forum 2024
ภาควิชาวัสดุศาสตร์ จะมีกิจกรรม Materials Science Forum ในวันที่ 16-17 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 นี้
กิจกรรมนี้เป็นการนำเสนอผลงานวิจัยของนิสิตปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4, นิสิตปริญญาโท และ นิสิตปริญญาเอก

ภาควิชาวัสดุศาสตร์ จะมีกิจกรรม Materials Science Forum ในวันที่ 16-17 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 นี้
กิจกรรมนี้เป็นการนำเสนอผลงานวิจัยของนิสิตปริญญาตรี ชั้นปีที่ 4, นิสิตปริญญาโท และ นิสิตปริญญาเอก

เปิดรับสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ภาคการศึกษาปลาย ปีการศึกษา 2567 เริ่มสมัคร 1 กุมภาพันธ์ 2567 – 30 เมษายน 2567สมัครผ่านระบบออนไลน์ ได้ที่ https://www.register.gradchula.com***มีทุนการศึกษาสนับสนุนตามข้อกำหนดมหาวิทยาลัย***————————————————————————–Open the application for graduate students in master and doctoral degree Admission,

The 50th Anniversary Materials Science Department Joint Symposium Series:
SNU-CU Materials Science Workshop 2024

บริจาคเงิน เข้าภาควิชาวัสดุศาสตร์ ลดหย่อนภาษีได้ x2 เท่า และรับ ตุ๊กตา “ต้าวหมีช็อป Matty Bear“

ตราเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี แห่งการก่อตั้งภาควิชาวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภาควิชาวัสดุศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ขอแสดงความยินดีกับ ดร.ประพันธ์ อังอติชาติ

เปิดผลงานนักวิจัยรุ่นกลางดีเด่น ประจำปี 2568 สาขาเทคโนโลยี ของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ – ผศ.ดร.ประสิทธิ์ พัฒนะนุวัฒน์ จากภาควิชาวัสดุศาสตร์.นักวิจัยผู้มุ่งมั่นพัฒนาวัสดุพลังงานยุคใหม่ เพื่อรองรับอนาคตพลังงานสะอาดและยั่งยืนโดยเฉพาะการออกแบบและพัฒนาแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง ซุปเปอร์คาปาซิเตอร์ และวัสดุจากพอลิเมอร์นำไฟฟ้า. ผลงานวิจัยครอบคลุมตั้งแต่ แบตเตอรี่สังกะสี-ไอออน (Zn-ion) วัสดุจากของเสียชีวมวล ไปจนถึงเทคโนโลยี photo-driven charge ได้รับทุนสนับสนุนวิจัยระดับประเทศ-นานาชาติมาอย่างต่อเนื่อง ได้รับเชิญเป็นวิทยากรเวทีวิชาการนานาชาติหลายรายการ ผลงานโดดเด่นด้าน การออกแบบวัสดุระดับนาโน สำหรับระบบเก็บพลังงานที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ได้จริงในระดับอุตสาหกรรม.พลังงานอนาคตเริ่มต้นจากการออกแบบวัสดุที่ชาญฉลาด และนักวิจัยไทยคนนี้กำลังทำให้มันเกิดขึ้นจริง

ภาควิชาวัสดุศาสตร์ ขอแสดงความยินดีกับคณาจารย์ในภาควิชาที่ได้รับรางวัลประจำปี 2568 กองทุนเพื่อการวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์ ดร. อุไรวรรณ ลีลาอดิศร ในโอกาสที่ได้รับทุนส่งเสริมการกลับมาเริ่มต้นทําวิจัยใหม่ (Sci Re-engagement) ประจำปีงบประมาณ 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ประสิทธิ์ พัฒนะนุวัฒน์ ในโอกาสที่ได้รับรางวัลนักวิจัยรุ่นกลางดีเด่น สาขาเทคโนโลยี ประจำปี 2568 รองศาสตราจารย์ ดร.พรนภา สุจริตวรกุล

โครงการวิจัยและพัฒนาอิฐมวลเบาก่อผนังเพื่อลดการ ถ่ายเทความร้อนด้วยเทคโนโลยีจีโอพอลิเมอร์ มุ่งเน้นในการพัฒนานวัตกรรมการผลิตอิฐมวลเบาจีโอพอลิเมอร์ฐานเถ้าลอย (Lightweight Fly ash-based Geopolymer Brick : LFGB) ที่นำวัสดุเหลือทิ้งกลับมาใช้
วัสดุจีโอพอลิเมอร์เป็นวัสดุที่มีสมบัติเทียบเท่าปูนซีเมนต์ แต่การผลิตวัสดุจีโอพอลิเมอร์เป็นกระบวนการที่ใช้พลังงานต่ำกว่า สามารถสังเคราะห์ได้ที่อุณหภูมิห้อง ทำให้ลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

อ.ดร.อภิรัฐ ธีรภาพวิเศษพงษ์ ร่วมกับ ดร.สิริพรรณ นิลไพรัช และ ดร. นิธิวัชร์ นวอัครฐานันท์ นักวิจัยสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยได้พัฒนาเทคโนโลยีในการปรับปรุงคุณสมบัติของกระเบื้องเครื่องปั้นดินเผา (red stoneware tiles) จากดินแดงราชบุรี (Ratchaburi red clay) ซึ่งมีเหล็กออกไซด์เป็นองค์ประกอบที่พบปริมาณมาก ถือว่าเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของดินชนิดนี้ในการทำเครื่องปั้นดินเผาที่มีความแข็งแรงสูง การปรับปรุงคุณสมบัติของเครื่องปั้นดินเผาจากดินราชบุรีโดยการเลือกใช้ปริมาณเหล็กออกไซด์ที่เป็นองค์ประกอบอย่างเหมาะสมสามารถลดอุณหภูมิในการเผาผนึกลง โดยที่เนื้อเซรามิกที่ได้มีความแข็งแรงสูงขึ้นและมีการดูดซึมน้ำต่ำลง ซึ่งเป็นประโยชน์ในการพิจารณาเลือกใช้หรือกำหนดลักษณะเฉพาะของวัตถุดิบประเภทดินแดงสำหรับงานเซรามิกระดับอุตสาหกรรม อ่านบทความได้ที่https://doi.org/10.1016/j.cscm.2022.e00983

รองศาสตราจารย์ ดร. ศิริธันว์ เจียมศิริเลิศ และคณะผู้วิจัยได้ประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัสดุจีโอพอลิเมอร์จากฐานวัสดุเหลือทิ้ง (กากดินขาวล้าง) ด้วยกระบวนการเตรียมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยการใช้สารกระตุ้นแอลคาไลน์ปริมาณต่ำในกระบวนการขึ้นรูปแบบอัด ส่งเสริมทำให้เกิดปฏิกิริยาจีโอพอลิเมอไรเซชันที่มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้สารละลายแอลคาไลน์สูงในกระบวนการขึ้นรูปแบบหล่อแบบ จุดเด่นของจีโอพอลิมอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นในกระบวนการอัดนี้สามารถให้ประสิทธิภาพค่ากำลังรับแรงอัดที่สูงและสามารถลดระยะเวลาการบ่มลง โดยที่เวลาบ่ม 7 วัน (มีค่า 26.98 เมกะปาสคาล) มีค่าที่ใก้ลเคียงกับระยะเวลาบ่ม 28 วัน (มีค่า 28.55 เมกะปาสคาล) และผลจากงานวิจัยนี้ยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้ เพิ่มศักยภาพของวัสดุในประเทศ ผลงานของนิสิต